การแต่งกาย

วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวกูย   จังหวัดสุรินทร์                                                                                  การแต่งกายของชาวกูย-  หญิงสูงอายุมักจะนุ่งผ้าลายเฉพาะของชาวกูย  และนิยมใส่สร้อยคอลูกปัดเงินและชอบทัดดอกไม้ที่หู  ชาวกูยมีธรรมเนียมว่า  จะต้องดูแลการแต่งกายของแม่ที่สูงอายุให้ดี  ให้แม่นุ่งผ้าไหม  เป็นต้น  จึงจะถือว่าดูแลดี  ในปัจจุบันการทอผ้าไหมหรือผ้าหรือผ้าฝ้ายเริ่มลดน้อยลง  ชาวกูยส่วนใหญ่นิยมที่จะซื้อด้านจากตลาดมาทอ  เพราะสะดวกกว่าสามารถพบการทอผ้าไหมของชาวกูยได้ที่บ้านตรึมตำลตรึม  บ้านแตล  อำเภอศีขรภูมิ  บ้านสำโรงทาบ  ตำบลสำโรงทาบ  อำเภอสำโรงทาบ  การทอผ้าของชาวกูยแบ่งออกเป็น  การทอผ้านุ่ง  ผ้าสไบหรือผ้าเบี่ยง  ,  ผ้าหัวซิ่นและตีนซิ่นผ้านุ่ง   สตรีมักนิยมทอหมี่คั่นเป็นแนวทางดิ่ง  ใช้ไหมควบยืนพื้นสีน้ำตาลลอมดำ  มีหัวซิ่นที่ยืนพื้นสีแดงลายขิด  ตีนซิ่นพื้นดำขนาด  ๒ – ๓   นิ้ว   มีริ้วสีขาวเหลืองแดง   ผ้านุ่งแบ่งออกเป็นสี่ชนิดคือ  กระจิกน้อย  คล้ายผ้าหางกระรอกหรือผ้ากระเนียวของชาวไทยเขมร  มีลักษณะจุออกเหลือบมัน  เป็นผ้าสำหรับผู้ชายนุ่งในพิธีการสำคัญต่างๆลักษณะการนุ่งพับจับจีบด้านหน้า  เหมือนการนุ่งโสร่งของกลุ่มชาวไทยเขมร  นอกจากนี้ยังใช้ในการคลุมศพคนตายด้วยโสร่ง     เป็นผ้าตารางสี่เหลี่ยมใหญ่มีหลายสี  ในการทอจะนำเส้นไหมมาควบกันสองเส้น  เพื่อให้เกิดความมันและหนา  มีลักษณะการทอเหมือผ้าโสร่งของชาวไทยลาวหรือไทยเขมร  จะกวี  เป็นผ้าที่มีลักษณะคล้ายผ้าผ้าอันลูซัมของชาวไทยเขมร  จะมีลายยาวทางเป็นร่องเล็กๆใช้นุ่งในงานสำคัญ  เช่น  งานแต่งงานหรือเป็นผ้าไหว้ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายเพื่อไหว้ปู่ย่าผู้ที่เป็นสะใภ้จะต้องทอหัวซิ่นและตีนซิ่นมอบให้ด้วยโดยไม่ต้องเย็บต่อกันจะกวีหรือผ้าถุง  จิกโฮล  เป็นประเภทผ้ามัดหมี่ลายต่างๆการนุ่งผ้าประเภทนี้จะต้องต่อตีนซิ่นและหัวซิ่นเช่นเดียวกับจะกวีผ้าสไบ   จะทอด้วยผ้ายกดอกหรือยกเขา  เรียกว่า  ตะกอ   ผ้าสไบที่มีลักษณะการทอเช่นนี้เรียกว่า  ผ้าแก๊บ   จะทอแล้วนำมาตัดเป็นตัวเสื้อ  และผ้าสไบ   ผู้ชายจะใช้ผ้าขาวม้าสองผืนเป็นผ้าเบี่ยงในการแต่งกายออกงานพิธี  ผู้หญิงใช้ผ้าไหมยกดอกสีดำ  หรือสีขาวเป็นผ้าเบี่ยง  เรียกว่า  สไบแวง ( สไบดำ )  หรือสไบบั๊วะ ( สไบขาว )  นอกจากนี้ยังมีผ้าสไบโพกหัว  เรียกว่า  สไบเจียดตรุย  ทอด้วยพื้นสั้นขนาด  ๑๒ล็อบ  เก็บลายขิด  ๔ – ๕  ลาย   จัดระยะลายเป็นระบบ  มีชายครุยทั้งสองข้าง  ห้อยลูกปัดเล็กๆเรียกว่า  ปอนจุ๊  ใช้โพกศีรษะทั้งชาย – หญิงเวลาออกงานเช่น  แห่บั้งไฟบวชนาคหัวซิ่นและตีนซิ่น   หัวซิ่นเรียกว่า  ฮีมเปิล  จะทอเป็นลายขิดคล้ายกับของไทยลาวซึ่งใช้สำหรับต่อเป็นหัวซิ่น   เวลานุ่งจะทิ้งชายลงมาให้ห้อยเป็นพกไว้ใส่เงินหรือสิ่งของอย่างอื่นที่จำเป็น  ผ้าคาดเอวของผู้ชายจะทอเหมือนหัวซิ่นแต่มีความกว้างมากกว่า  โดยยืนพื้นสีแดงเช่นกัน  เก็บลายเป็นขิดเป็นระยะๆ  การทำผ้าคาดเอวจะทำจากผ้าขิดหัวซิ่นของผู้หญิงเพื่อเป็นสิ่งแทนตัวในยามไกลบ้าน  สำหรับตีนซิ่นมีสองชนิดคือ  เจิง  หรือ  ยืง  มีความกว้างประมาณ  ๒  นิ้ว  นิยมสีดำโดยทอเป็นผ้าฝ้าย  ส่วนการใช้ผ้าฝ้ายทอเป็นเชิงนั้นก็เพื่อให้ซิ่นมีน้ำหนัก  ส่วนกระบูลเป็นตีนซิ่นที่มีลายเป็นผ้ามัดหมี่  เหมือนกะโบลของชาวไทยเขมร  อาจเพราะรับเอาวัฒนธรรมมาจากชาวไทยเขมร  ชาวกูยจะเรียกผ้าที่มีลวดลายทั้งหลายว่า  ผ้าโฮลหรือ  จิกโฮลการกินการอยู่ของชาวกูย-  มีลักษณะคล้ายกับเขมร  แต่มีบางปห่งรับประทานข้าวเหนียว  สมัยก่อนรับประทานอาหารที่สุกแล้ว  แต่บางส่วนหันมารับประมานลาบ  ก้อย  เหมือนคนเผ่าลาว

  

2 ตอบกลับที่ การแต่งกาย

  1. off.classic.52@facebook.com พูดว่า:

    เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นการแต่งกายแบบนี้แล้ว ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s