ด้านภาษา

ภาษากูยจังหวัดสุรินทร์

“ภาษากูย”  เป็นภาษาพูดของกลุ่มชนเก่าแก่กลุ่มหนึ่งที่ยังใช้ภาษาพูด  และรักษาวัฒนธรรมของตนไว้อย่างเด่นชัด  แต่ไม่มีภาษาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร  3  ศตวรรษก่อนคริสตกาล อารยธรรมอินเดียแผ่เข้าดินแดนสุวรรณภูมิรวมทั้งเขมรและอีสานใต้  ทำให้ภูมิภาคนี้ได้รับอารยธรรมอินเดียรวมทั้งอารยธรรมทางภาษาเขียนที่ใช้ภาษาปัลลวะ – สันสกฤต  และพัฒนามาเป็นภาษาขอม  ภาษาเขมร  ภาษาไทยในปัจจุบัน  ในขณะที่กลุ่มชนชาวกูย ( กวย )  ไม่ปรากฏว่ามีภาษาเขียน  นักประวัติศาสตร์ให้ข้อสังเกตว่า  ภาษากูยเป็นภาษาโบราณที่ใช้กันมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  ไม่มีตัวอักษร  ชาวกูยส่วนมากเชี่ยวชาญทางการจับช้าง  การตีเหล็กหรือเป็นเผ่านักรบการเข้าป่าจับช้างก็ดี  การรบก็ดี  เป็นการเสี่ยงภัยทั้งสิ้น  ดังนั้นลูกเมียที่อยู่ทางบ้านจึงมีข้อห้ามมากมายจึงรับอารยธรรมอินเดียได้น้อยกว่า

“ภาษาผีปะกำ”   เป็นภาษาพิเศษของชนชาวกูยช้าง  ใช้สื่อสารกันเฉพาะระหว่างกำลวงพือหมอช้าง  และมะช้างกับเทพเจ้าผีปะกำและบริวารของผีปะกำอันได้แก่  เทวะด้า ( ช้างป่า )  และภูตผีปีศาจอื่นๆโดยจะใช้ภาษาผีปะกำในระหว่างการเดินทางไปคล้องช้าง  ซึ่งตามปกติเมื่ออยู่บเนจะใช้ภาษากูย  จากการรวบรวมภาษาผีปะกำของจังหวัดสุรินทร์  จำนวน  365  คำ  และการศึกษาเชิงเปรีบเทียบพบว่าตรงกับภาษาบาลี – สันสกฤต  ประมาณร้อยละ 20  ต่างกันเฉพาะสำเนียงร้อยละ  40 – 50  เป็นภาษาเขมรโบราณอีกร้อยละ  30  ยังหาที่มาไม่ได้  แต่ขออนุมานไว้ในภาษาเขมรโบราณ ( คนละอย่างกับภาษาขอมโบราณหรือภาษาเขมรปัจจุบัน  อาจหมายถึงภาษาเขมรและกูยที่ใช้ร่วมกันก่อนที่อารยธรรมอินเดียจะเข้ามาอิทธิพล )  ตัวอย่างเทียบระหว่างภาษาไทย  ภาษากูยทั่วไป  กับภาษาผีปะกำ

ภาษาไทย                   ภาษากูยทั่วๆไป                                ภาษาผีปะกำ

ผัว-สามี                      กยะ                                                     อันโทน

เมีย-ภรรยา                 กันแดล                                              อันจึง

ลูก                               กอน                                                  เจลย

ไฟ                               อู้                                                         กำโพด

น้ำ                               เดียะห(เสียงยาว)                               อวน

คน                              โกย/กูย/กวย                                      มานุด(มนษย์)

ช้างต่อ                       อาจึงทะเนียะ                                        ทนะ

อาบน้ำ                       ปอยเดียะ                                               ปอยตวน

กินข้าว                       จาโดย                                                  กริโกรด                                                                        วิ                                                         วัฒนาการของภาษากูย  แม้ไม่มีภาษาเขียน  สำเนียงพูดนับว่าผูกพันกับระบบการออกเสียงในหน่วยคำของระบบภาษาเขมรอยู่ไม่น้อย  และภาษากูยมีเสียงละเอียดอ่อนมากไปจากภาษาเขมรอีกประชากรที่พูดภาษากูยมีกระจายอยู่เกือบทุกอำเภอในจังหวัดสุรินทร์  มีหนาแน่นที่อำเภอสำโรงทาบ  ศีขรภูมิ  จอมพละ  ท่าตูม  สังขะ  กิ่งอำเภอศรีณรงค์  และอำเภอบัวเชด  หากพิจารณาหรือสำเนียงภาษากูยเปรียบเทียบกับการออกเสียงในภาษาเขมร  กลุ่มของเสียงโฆษะ  อโฆษะแล้ว   เห็นว่าภาษากูยเองก็มีกลุ่มสำเนียงที่ต่างกันตามระบบเหมือนภาษาเขมร    เช่น  กลุ่มเสียงสระอาออกเสียงบางกลุ่ม  อา  บางกลุ่มเอียเหมือนกับในภาษาเขมรที่อักษรเขียน  ชาติ   ออกเสียงเป็น  เจียด  หรือคำว่า  ลาว  ในภาษาดขมร  กัมพูชาก็เขียน  เป็น  เลียว  (  คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ , 2542  : หน้า  79 – 80 )

ภาษากูย ( ส่วย )  เป็นภาษาตระกูลมอญ– เขมร ( Mon – khmor  Language )  ซึ่งเป็นภาษาจำพวกเดียวกับภาษาเขมร  สะเตียง (  Stieng)  สเร ( Sre)  หรือ  โกโฮ  ( Koho)   ที่สำคัญที่สุดคือภาษานี้เป็นภาษาที่ไม่มีวรรณยุกต์  ซึ่งต่างจากภาษาไทย  ( อิศรา  จรัญานนท์ , 2526  หน้า  127 )

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s